คำเตือน: เอนทรี่นี้แฝงสาระเบาๆไว้เพียบค่ะ (เอ๊ะ? ยังไง)
 
เหมาะกับคนที่สนใจอยากมาเรียนมหาลัยที่ญี่ปุ่น โดยเฉพาะหนูๆม.ปลายทั้งหลายยยยยย
 
 
 
 
 
จะย้อนให้ดูว่า
 
 
อิฮั้นทำยังไงถึงได้มาเรียนฟรี อยู่ดีกินดี ลัลล้าที่นี่ได้ค่ะ
 
 
 
 
ใช่แล้วค่ะ... พี่ที่รับสมัครทำความหวังอิฮั้นดับวูบเลยทีเดียว T-T
 
 
 
คืองี้นะคะ อิฮั้นเรียนเมืองไทยถึงแค่ม.2 (ที่ไหน ไม่บอกร้อ~ก อิอิ)
 
แล้วไปต่อสิงคโปร์ 2 ปี (อันนี้ฟลุ๊กๆ จับพลัดจับผลูมากมาย)
 
 
 
เรื่องมันแปลกตรงนี้แหละ เพราะแค่จบม.4 ที่สิงคโปร์
 
กระทรวงศึกษาฯเมืองไทยก็เทียบให้ได้วุฒิม.6 เฉยเลยยยย ลาภลอยยย แฮ~
 
 
 
 ขอย้ำซักนิดว่า ไม่ใช่เพราะเรียนเก่ง เกรดดี หรืออะไรนะคะ
 
คุ้นๆว่าสมัยนั้น ระบบไทยมันเทียบยังงี้จริงๆค่ะ
 
 
 
ใครต่อใครที่จบสิงคโปร์มา พาสชั้นกันอีลุ่ยฉุยแฉกเลย เหอๆๆๆ
 
 
 
 
 
พอมันมีเวลาเหลือๆ
 
ก่อนที่จะเข้ามหาลัยที่เมืองไทย (ทั้งๆที่จบแค่ม.4 - -)  
 
อิฮั้นก็เลยถือโอกาสตอนที่ยังเอ๊าะๆ ไป exchange ที่ญี่ปุ่นซักปี
 
 
ตามประสาเด็กคลั่งอนิเม (โอทาคุดีๆนี่เอง - -)
 
 
 
 
 
 
โฮสต์แฟมิลี่กับเพื่อนที่แสนดีในตอนนั้น ทำให้อิฮั้นประทับใจญี่ปุ่นมากมาย
  
แถมเป็นดินแดนในฝัน
 
ความรู้สึกคล้ายๆได้ไปใช้ชีวิตอยู่ในการ์ตูนเลยไง
 
 
 
พอกลับมาเข้ามหาลัยที่เมืองไทย ก็ยังฝันอยากจะกลับไปอีก
 
 
 
แล้วตอนนั้นเองที่ได้มารู้เรื่องทุนรัฐบาลญี่ปุ่น
 
หรือที่รู้จักกันว่า "ทุนมอนบุโช"
 
 
 
 
 
ทุนนี้มันดีอย่างงี้นะ
 
1. รัฐบาลญี่ปุ่นออกค่าใช้จ่ายให้ทุกอย่าง
 
ตั้งแต่ตั๋วเครื่องบินไปกลับ ค่าเรียนภาษาญี่ปุ่น ค่าเรียนมหาลัย ฯลฯ
 
 
 
 
2. มีค่าขนมให้เดือนละ 128,000 เยน *0*
 
2. มีค่าขนมให้เดือนละ 128,000 เยน *0*
 
 
 
ข้อนี้สำคัญมาก เลยขอเขียน 2 ครั้งค่ะ แหะๆ
 
 
 
 
ย้ำว่าเป็นค่าขนม "ต่อเดือน" โอนเข้าแบงค์ให้เลย ให้เราเอาไปทำไรก็ได้
 
โฮกกกกก เดือนละ 4หมื่นกว่าบาท...
 
 
 
 
คิดว่ามีหลายคนที่มาเรียนที่นี่
 
...แล้วมีเงินล้านกลับไปเมืองไทยค่ะ *u*
 
 
 
คือ ถือว่าเค้าจ้างเรามาเรียนก็แล้วกัน 555
 
 
3. ไม่มีพันธะใดใดทั้งสิ้น ไม่ต้องคืนตัง ไม่ต้องทำงานใช้ ไม่มีราหุล~
 
(ขอพาดพิงนิดนึงว่า ทุนก.พ.ต้องกลับมาใช้ทุน โดยทำงานเป็นข้าราชการ
 
ในระยะเวลา 2 เท่าของที่เรียนไป...)
 
 
มีเพื่อนทุนก.พ.หลายคนที่มาตั้งแต่ม.ปลาย และอยู่จนจบโทจบเอก...
 
กลับไปทำงานใช้เสร็จก็เกือบๆได้เวลาเกษียณพอดี เหอๆๆๆ
 
 
 
 
4. มีโอกาสได้เข้ามหาลัยดีๆของญี่ปุ่นสูงมาก ง่ายกว่าสอบเข้าเองแน่นอน
 
 
นักเรียนทุนก็นักเรียนทุนเถอะ
 
ไปสอบแข่งกับยุ่นสุด nerd แถวๆนี้ก็ไม่ได้เข้าโตไดทุกคนร้อกกก
 
 
 
 
 
5. มีการเตรียมความพร้อมด้านภาษาให้แบบดีมากๆๆๆ
 
โดยให้ไปเรียนคอร์สภาษาญี่ปุ่นเข้มข้นเหนียวหนืด 1 ปีก่อนเข้ามหาลัย
 
 
 
 
 
 
 และอีกมากมายยยยยย ไว้จะค่อยๆเล่านะคะ
 
 
 
แต่ทุนนี้ยากตรงที่
 
 
1. อัตราการสอบติดระดับป.ตรีราวๆ 1 ใน100 กว่าคน (ตอนนี้อาจยากขึ้นแล้ว)
 
(ปีที่อิฮั้นสอบก็มี 8-900คน มีคนได้ทุน 8 คน)
 
 
2. แถมแต่ละคนที่มาสมัครก็ไม่ใช่ขี้ๆ
 
 
เพราะกว่าจะได้สิทธิ์แค่เข้าไปนั่งสอบ ก็ต้องมีGPAเฉลี่ย3ปีเกิน3.8แล้ว - -
 
 เรียกว่าเค้นกันตั้งแต่ตัวผู้สมัครเลยทีเดียว (เลือกตั้งทำงี้มั่งดิ...พาดพิงๆ เอิ๊กๆๆๆ)
 
 
 
 เด็กเตรียมฯหัวกะทิข้นๆทั้งหลายเนี่ย ตัวดีเลย
 
เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวมากกกกกก >_<
 
 
 
 
 3. สอบหลักๆ 3วิชาสำหรับสายศิลป์ (เลข อังกฤษ ประวัติศาสตร์โลก)
 
 สายวิทย์สอบ 4 วิชา (เลข อังกฤษ วิทย์ 2 ตัว เข้าใจว่าให้เลือกเองได้)
 
 
 
คุณต้องเก่งจำเพาะเจาะจงวิชาพวกนี้จริงๆ
 
มาเก่งภาษาไทย สังคม จริยะ สปช. กพอ. สลน.อะไรเงี้ย ไม่เกี่ยวค่ะ! ไม่ได้แอ้ม!!
(โห วิชาสมัยประถมเลยนะนี่ เหอๆๆๆ)
 
 
 
 โจทย์ทั้งหมดเป็นภาษาอังกฤษค่ะ
 
 
เพราะงั้น ต่อให้ไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นซักจึ้กเลย ก็ไม่มีปัญหา~
 
แต่ถ้าไม่ได้อังกฤษ ก็ตายหยังเขียดละ... ( ゚ε゚;)
 
 
 
 
 
 
 ตอนอิฮั้นเข้ามหาลัย อยู่ปี1 ก็ยังอาวรณ์ญี่ปุ่นอยู่
 
คือ วิชาเลขไรเงี้ย สนิมเขรอะหมดละ
 
 
 
แต่อารมณ์ว่าขอตรูสู้ซักตั้งเหอะนะ (-.,-)
 
 
  
ก็เลยลองไปยื่นใบสมัครเล่นๆ กะขอไปนั่งกินลมในห้องสอบก็พอละ
 
ดันมาตกม้าตายเพราะเรียนไม่ถึง 12 ปี *-*
 
 
 
เออแหะ ก็เราจบแค่ม.4 รวมที่ไปญี่ปุ่นอีกปี ก็ได้แค่ 11ปี
 
กฏบ้าอะไรเนี้ยยยยยยยยยยヾ(゚Д゚)ノ゛ヾ(゚Д゚)ノ゛ヾ(゚Д゚)ノ゛
 
 
 
 
 
อะ แต่ไปดูที่เวปไซต์แล้ว ตอนนี้เค้าบอกว่า
 
"เรียนในระบบมา 12 ปี หรือเทียบเท่าหลักสูตรจบม.ปลาย"
 
 
 
 
กำ บอกเร็วไปมั้ยคะ -*-
 
 
 
 
เอาเป็นว่าตอนปี 1 อิฮั้นเลยอดสมัคร (แค่จะสอบยังไม่สามารถเรยยยย)
 
แล้วอิฮั้นได้ทุนมาได้ยังไง??
 
 
 
เรื่องนั้นต้องติดตามตอนต่อไปคร่า~
 
 
 
ปล. ใครอยากเห็นรายละเอียดทุน เอานี่ไปดูนะ
 
 
 
 
เวปสถานฑูตญี่ปุ่น เกี่ยวกับทุนมอนบุโชค